การบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการครบ ๓ ขั้นนี้ เรียกว่าสมติงสบารมี
คือ บารมีครบ ๓๐ ถ้วนดังที่ท่านสรุปไว้ในสโมธานกถาว่าด้วยสรุปการบำเพ็ญบารมี ๓๐ ข้อว่า การบำเพ็ญบารมีอันเป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณเหล่านี้ จัดเป็นบารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตถบารมี๑๐ คือการบำเพ็ญทานในภพที่ตถาคตเป็นพระเจ้าสิวิราชผู้ประเสริฐเป็นทานบารมี ในภพที่เราเป็นเวสสันดรและเป็นเวลามพราหมณ์ เป็นทานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นอกิตติดาบสอดอาหารนั้นเป็นทานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นพระยาไก่ป่า สีลวนาคและพระยากระต่าย เป็นทานปรมัตถบารมี ในภพที่เราเป็นพระยา
วานร ช้างฉันททันต์ และช้างเลี้ยงมารดา เป็นศีลบารมี พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ตรัส
ไว้ดังนี้ การรักษาศีลในภพที่เราเป็นจัมเปยยกนาคราช และภูริทัตตนาคราช เป็นศีลอุปบารมี ใน
ภพที่เราเป็นสังขปาลบัณฑิต เป็นศีลปรมัตถบารมี ในภพที่เราเป็นยุธัญชยกุมาร มหาโควินท
พราหมณ์คนเลี้ยงช้าง อโยฆรราชโอรส ภัลลาสุวรรณสาม มฆเทวะและเนมิราช บารมีเหล่านี้เป็น
อุปปบารมี ในภพที่เราเป็นมโหสถผู้เป็นทรัพย์ของรัฐ กุณฑลตัณฑิละและนกกระทา บารมีเหล่านี้ Read the rest of this entry »
การบวชเนกขัมมะ จึงถือว่าเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญ
ฉะนั้น การบวชเนกขัมมะ จึงถือว่าเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญ ที่จะเป็นบันไดนำไปสู่การ
บรรลุจุดมุ่งหมายอันสูงสุด สำหรับผู้ที่มีความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจาก การเวียนว่ายตายเกิดใน
วัฏฏะสงสาร ตามรอยแห่งบัณฑิตชนทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น เพราะเป็นปฏิปทาข้อปฏิบัติที่
พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญมาแล้วเมื่อครั้งทรงเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ และในฐานะที่เป็นพุทธบริษัทผู้จะ
เจริญตามรอยพระบาทพระบรมศาสดา จึงจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามปฏิปทาที่พระบรมศาสดาทรง
ดำเนินมาแล้วในอดีต
เนกขัมมะหรือการบวชไม่ใช่การเห็นแก่ตัวหรือการหนีเอาตัวรอด เพราะการบวชนั้นมี
ธรรมะที่เกี่ยวข้องในการบวช เช่น ความอดทน ความเพียร ความมีสติและปัญญา ส่วนเรื่องความมี
คุณธรรมในทางพระพุทธศาสนาอธิบายว่า ผู้ที่จะประสบผลสำเร็จในการบวชนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย
เลย ต้องเป็นผู้ที่มองเห็นคุณค่าของการบวชอย่างแท้จริง เพราะต้องประพฤติปฏิบัติธรรมทั้งทาง
กายและทางใจอยู่ตลอดเวลา ต้องฝืนไม่กระทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นการกระทำจนเคยชินในครั้งที่ยังเป็น Read the rest of this entry »
พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาผู้ค้นพบทางออก
ในพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาผู้ค้นพบทางออก ก็ เป็นหนึ่งในจำนวนผู้แสวงหาความหลุดพ้นเช่นกัน และมิใช่จะแสวงหาเฉพาะในชาตินี้เท่านั้น ทรง แสวงหา และปฏิบัติเช่นนี้มานับชาติไม่ถ้วน ดังที่ปรากฏในชาดกที่พระองค์ทรงนำอดีตมาเล่าให้ ภิกษุทั้งหลายฟัง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในแต่ละคราว เมื่อทรงค้นพบทางออกจากทุกข์ได้แล้ว เหมือนดังออกจากที่มืดออกมาพบแสงสว่าง แล้วทรงอุปมาการออกบวชไว้ดังนี้ว่า ๑) ไม้สดชุ่มด้วยยางและแช่อยู่ในน้ำ ก็ยากที่จะสีให้เกิดไฟได้ ๒) ไม้สดชุ่มด้วยยาง แม้วางอยู่บนบกก็ไม่อาจสีให้เกิดไฟได้ ๓) ไม้แห้งหมดยาง และวางอยู่บนบก ก็สามารถสีให้เกิดไฟได้ ในข้ออุปมานั้น มีอธิบายดังนี้ (๑) ไม้สดชุ่มด้วยยาง ทั้งแช่อยู่ในน้ำ เปรียบเหมือนบุคคล มีจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความ กำหนัดยินดีหมกมุ่นอยู่ในกามคุณ อันเป็นของมีอยู่ประจำโลก และไม่พิจารณาเห็นโทษของกาม Read the rest of this entry »
ข้อปฏิบัติของเนกขัมมบารมี
การออกจากกามทำให้การเกิดขึ้นแห่งกุศลจิตเป็นไปได้ง่าย การออกจากภพทั้งหลาย
ต้องมีการเห็นโทษของกามเป็นเบื้องต้น ฉะนั้นกามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีการผูกพันด้วยสิ่งไม่
เป็นประโยชน์มากมาย การที่ฆราวาสไม่มีโอกาสหาความสุขในเนกขัมมะได้นั้น เพราะความใคร่
ในกามคุณ เพราะตั้งอยู่กับความเศร้าหมองทั้งสิ้น เพราะคับแคบมากด้วยบุตรธิดา๑๙ เพราะวุ่นวายไป
ด้วยการตั้งใจทำงานหลายอย่างมีการทำไร่ ไถนา และการค้าขาย เป็นต้น
เนกขัมมะเป็นความยินดีในการหลีกออกจากกามอันเป็นเหตุของบรรพชา ฉะนั้นเมื่อ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายอุบัติขึ้น พระโพธิสัตว์ได้บวชในพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น ครั้นบวชแล้วก็เป็นผู้ตั้งอยู่ในศีลตามที่กล่าวแล้ว ได้สมาทานธุดงค์คุณเพื่อความผ่อง
แผ้วแห่งศีลบารมีนั้น เป็นความจริงว่าพระโพธิสัตว์ทั้งหลายสมาทานธุดงค์ธรรมแล้ว บริหารธุดงค์
ธรรมเหล่านั้นอย่างอุกฤษฎ์ เป็นผู้มักน้อยสันโดษ มีความประพฤติทั้งปวงบริสุทธิ์ด้วยคุณของผู้มี
ศีลอันไม่มีโทษ เพราะเป็นผู้มลทินคือกิเลสถูกสำรอกออกด้วยน้ำคือคุณธรรม มีความขัดเกลากิเลส Read the rest of this entry »
อานิสงส์ของการบวช
การบวชในที่นี้เป็นการบวชกายและบวชใจ จึงจะได้อานิสงส์ของการบวชโดยแท้จริง
ดังนั้น ความหมายของคำว่าอานิสงส์นอกจากเป็นคุณจากการบวชทางกาย และยังมีความหมายรวม
ไปถึงคุณที่ได้จากการบวชทางใจ คือ ปฏิบัติทางจิตด้วย ดังนั้นการบวชจึงมีคุณมาก สมจริงดังพระ
นาคเสนถวายวิสัชนาพระยามิลินท์ไว้ว่า
ข้อซึ่งว่าบรรพชิตเพศวิเศษกว่าฆราวาสนั้น น สกฺกา มิอาจประมาณ มหาราช ขอถวาย
พระพรบพิตรพระราชสมภาร เปรียบปานดุจแก้วมณี กามททสฺส อันให้สำเร็จซึ่งความปรารถนา
ทั้งปวง เป็นแก้วมโนหรจินดา ใครหนออาจสามารถที่จะตีราคาได้ ยถา มีครุวนาฉันใดก็ดี คุณแห่งบรรพชานี้มากหนักหนา อาตมามิอาจจะนับจะประมาณได้ มีอุปไมยเหมือนแก้วมณีอันมีราคานั้น
มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร ประการหนึ่ง เปรียบปานดุจคลื่นละลอกใน
มหาสมุทรอันใหญ่ บุคคลผู้ใดไม่อาจประมาณได้ฉันใดก็ดี อาตมภาพมิอาจประมาณคุณแห่ง
บรรพชานี้ได้ เหมือนคลื่นในมหาสมุทรอันลึกสุดประมาณนั้น Read the rest of this entry »
คัมภีร์มธุรสูตร ได้แสดงไว้
คัมภีร์มธุรสูตร ได้แสดงไว้ในทำนองเดียวกันว่า ใครก็ตามไม่ว่าจะมาจากวรรณะใดถ้า
ได้บวชแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ อยู่ในศีล ย่อมได้รับการยกย่องนับถือ และบำรุงคุ้มครอง
เหมือนกันหมด ดังมีเนื้อความบางตอนว่า
พราหมณ์ แพศย์ ศูทรในโลกนี้โกนผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกจากเรือน
บวชเป็นบรรพชิต งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ งดเว้นจากการพูดเท็จ ไม่บริโภค
ในราตรี ฉันภัตตาหารมื้อเดียว เป็นพรหมจารี มีศีล มีกัลยาณธรรม พระองค์จะทรงทำอย่างไรกับ
บรรพชิตนั้น โยมต้องกราบไหว้ ลุกรับ เชื้อเชิญด้วยอาสนะ หรือเจาะจงนิมนต์ท่านด้วยจีวร
บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร จัดการอารักขาคุ้มครอง ป้องกันท่านตามความ
เหมาะสม ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะสมญานามว่าศูทรของท่านเมื่อก่อนนั้นหายไปแล้ว ท่านได้ชื่อ
ว่า สมณะเท่านั้น
การบวชในพระพุทธศาสนานั้น ดูเหมือนจะมีธรรมเนียมการบวชในศาสนาพราหมณ์ Read the rest of this entry »
